ส่งบุญให้เทวดาประจำตัว วิธีการขอพรให้ตัวเองที่ง่ายที่สุด   Leave a comment

จากการที่อาจารย์ได้พบปะผู้คนมากมายหลากหลายสาขาอาชีพ ส่วนมากแล้วมักจะมีปัญหามาปรึกษา ซึ่งอาจารย์ก็ได้ให้คำแนะนำข้อปฎิบัติตนต่าง ๆ ไปตามสถานะการณ์ของแต่ละท่านที่มาปรึกษา ส่วนใหญ่แล้วอาจารย์ก็จะเน้นให้แต่ละท่านหมั่นทำทาน สร้างบุญสร้างกุศล แต่ก็มีบางท่านที่มีอุปสรรคไม่สามารถทำได้ อาจารย์จึงอยากจะชี้แจง พร้อมยกตัวอย่างเพื่อเป็นข้อคิดและเป็นเทคนิดสำหรับคนที่ต้องการสร้างบุญบารมี

ที่มาของบุญนั้น คือ ทาน ศีล และ ภาวนา หากท่านไม่มีปัจจัยที่จะทำทาน ท่านก็ถือศิลห้า การสมาทานรักษาศิลห้า เพียงหนึ่งวันนั้นได้กุศลมากกว่าการให้ทานมากมายนัก ไม่ได้เสียเงินทองใด ๆ  หากท่านตั้งใจจะอุทิศบุญหรือส่งบุญให้ใคร ขอให้ลองวิธิการถือศิลห้าให้ได้หนึ่งวันและหากในวันรุ่งขึ้นสามารถตักบาตรพระสงฆ์ได้ก็จะยิ่งดีมาก ด้วยผลบุญแห่งการกระทำนี้จะทำให้ชีวิตประสบแต่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

กัลยามิตรของอาจารย์คนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่ง ระหว่างที่เดินดูสถานที่ต่าง ๆ ในวัดนั้น ก็มีหญิงสาวที่ทำอาชีพขายนกขายปลาให้ผู้คนซื้อเพื่อนำไปปล่อย มาทักทายและคุยด้วย คุยกันถูกคอ หญิงคนนั้นจึงปรารภให้ฟังว่าชีวิตตนลำบาก ทำอะไรก็ติดขัดไปหมด อาชีพที่ทำอยู่ตอนนี้ก็แทบไม่ได้กำไร แต่ไม่รู้จะทำอะไรให้มีเงินเลี้ยงลูกที่ยังเล็กอยู่  กัลยามิตรของอาจารย์ท่านนั้นก็เลยแนะนำให้เขารักษาศีลให้ได้สักวัน บุญที่เกิดขึ้นจากการรักษาศีลนี้มีมากนัก ขอให้ส่งบุญให้เทวดาที่รักษาตัวเอง ขอพรจากเทวดาให้ช่วยชี้ทางให้มีอาชีพที่ดี ทำมาค้าขึ้น และส่งบุญนั้นให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของตนเองด้วยเมื่อได้รับบุญกุศลนี้แล้ว ขอให้เปิดทางให้ทำมาค้าขึ้น

และหลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือน เมื่อได้มีโอกาสกลับมาทำบุญที่วัดนี้อีกครั้งก็ได้พบหญิงสาวคนนี้อีกครั้งในใบหน้าและรอยยิ้มที่สดใสกว่าเดิมมาก เธอมีอาชีพใหม่ คือขายขนมอยู่บริเวณหน้าวัดนั่นเอง ดูมีความสุขและมั่นคงกว่าอาชีพเดิม หญิงคนนั้นเข้ามาขอบคุณและบอกว่าชีวิตของเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น เธอเชื่อว่าเทวดาและเจ้ากรรมนายเวรของเธอได้รับบุญที่เธอส่งให้และให้พรให้เธอได้มีอาชีพที่ดีและมั่นคงมากขึ้น

จากเรื่องที่เล่ามาข้างต้นนี้ จะเห็นว่าการรักษาศีลเป็นเรื่องไม่อยาก สามารถทำได้ในชีวิตปกติของคนทั่วไปอย่างไรก็ดี พุทธศาสนิกชนที่ดีจะต้องหมั่นสร้างบุญในทุก โอกาสที่มี ทั้งทำทาน รักษาศีล และ ภาวนา เพื่อสั่งสมบารมีต่อไป

พระพุทธองค์ท่านสอนให้ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา(ปัญญา)ไปควบคู่กัน โดยไม่ให้ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป เพราะถ้าทำแต่ทานไม่มีศีลก็จะมีโอกาสทำชั่วมาก ตกนรกภูมิเวียนวนชดใช้กรรมในวัฏสงสาร และไม่เจริญภาวนาสู่ปัญญาก็ไม่มีปัญญาหาทางเข้าสู่นิพพาน พ้นทุกข์ไม่ได้
เมื่อ มีแต่ศีลหรือเจริญภาวนาอย่างเดียวในชาตินี้ (และยังไม่สามารถเข้าสู่พระนิพพานได้ในชาตินี้) ถ้าไม่ทำทานก็เกิดมาในชาติถัดไปก็จะอดอยากมีชีวิตลำบากโอกาสผิดศีลย่อมมีมากกว่าคนที่เกิดมามีฐานะดี และอาจเป็นเหตุให้ทำกรรมชั่วได้ง่ายเพราะความจน และไม่มีเวลามาสนใจในการภาวนาเพราะลำพังความจนก็ทุกข์ทรมานหิวโหยอยู่แล้วจะ เอาเวลาที่ไหนมานั่งภาวนาเพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ซึ่งต่างกับคนมีฐานะดี ยิ่งเป็นเศรษฐีแม้ไม่ต้องทำงานก็มีทรัพย์จุนเจือกินใช้ไม่หมดในชาตินี้ มีเวลาสามารถมาเจริญภาวนาสู่ปัญญาได้โดยไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องเงินทอง เป็นต้น

Technorati Tags:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: